ขอย้ำก่อนว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ตลกโปกฮา เพราะเหตุเกิดขึ้นเมื่อวาน

แค่โทรศัพท์มาแล้วไม่เจอตัว (เพราะป่วยอยู่บ้าน) แล้วที่บริษัทก็อ้างไปต่างๆ นาๆ เท่านั้น

ขออภัยสำหรับคนที่ไม่ขำด้วย แค่มาเล่าเรื่องเหตุการณ์เมื่อวานเท่านั้น

มันไร้สาระสุดๆ !!!

 

 

เรื่องมีอยู่ว่า..

เมื่อวานหยุดไปหาหมอ แล้วชาร์ทแบ็ตเมือถือไว้ (ตั้งแต่เช้า ถอดอีกทีก็เย็น เพราะลืมไปเลย)

แล้วก็มีใครไม่รู้ โทรไปที่บริษัท (เพราะโทรเข้ามือถือไม่ได้..)

ก็ไม่รู้ว่าที่บริษัทคุยกันยังไง แล้วญาติเค้าถามแบบไหน งงมากๆ 555 (ก็ป่วยไม่ได้ไปบริษัทนี่)

แล้วประมาณ 4 โมงเย็น ก็มีพี่ที่บริษัทโทรมา บอกว่า

 

พี่ที่บริษัท : "พ่อโทรมาที่บริษัท โทรเข้ามือถือไม่ติด โทรมาที่บริษัทตั้ง 3 รอบแล้ว"

(ไอ้เราก็อึ้ง โหโทรไปทำไมตั้ง 3 รอบ ก็รู้ๆ อยู่ว่า หยุด เหอะๆๆๆ มีบอกคนที่บ้านไว้แล้ว)

เรา : "จริงหร๋อ!! (ตกใจมาก) แล้วบอกไปว่าอะไรอ่ะ"

พี่ที่บริษัท : "ก็เค้าถามว่า เราอยู่ที่ไหน เลยไม่รู้จะบอกอะไรดีก็เลยบอกว่าออกไปทำงานข้างนอก"

เรา : (คิิดอยู่ว่า แล้วทำไมไม่บอกว่าไม่สบายเลยไม่มาทำงานหว่า

แต่คงเพราะคำถามว่า เราอยู่ไหน เลยต้องตอบไปแบบนั้น เพราะกลัวมีเรื่องกันที่บ้านมั้ง 5555)

ถึงจุดนี้ก็ฮาแตกสุดๆ

-เพราะงงว่าที่บ้านก็รู้กันหมดแล้วทำไมต้องโทรไปที่บริษัท..

-ถ้าโทรแล้วไม่ได้เรื่องอะไรก็น่าจะโทรมาที่บ้าน.. (แต่คงเพราะบริษัทบอกว่าเรามาก็เลยไม่โทรไปที่บ้านล่ะมั้ง)

-ไอ้เราก็ไม่ใช่นักเที่ยว (กลางคืน) แล้วก็บอกพี่ที่บริษัทไว้คนนึงแล้วว่าป่วย ก็น่าจะบอกไปตรงๆ นะ..

(สมมุติว่าเรื่องมันยาวขึ้นมาก็น่าจะเคลียได้ดีกว่านี้ นี่เหมือนไม่บริการญาติเรายังไงก็ไม่รู้ แล้วญาติก็ถามอะไรไปไม่รู้ เหอะๆๆ ช่วยไม่ได้ซักฝ่าย 555)

 

 เราก็เลยบอกพี่ที่บริษัทไปว่า..

"พ่อก็น่าจะรู้ว่าเราหยุด (น่าจะไม่ใช่พ่อ) แล้วมีถามชื่อคนที่โทรมามั้ย"

พี่ที่บริษัท : "ไม่ได้ถาม เพราะคนรับเป็นอีกคนนึง" (ซึ่งก็ไม่ได้ถาม.. เลิศมากกก.. 555)

แล้วพี่เค้าก็บอกต่อว่า : "จากที่รู้กันไม่กี่คน ก็รู้กันทั้งบริษัท (ให้ได้อย่างนี้สิ 555)

แล้วต่างคนต่างก็พูดไปต่างๆ นาๆ เพราะคิดว่าหนีออกจากบ้านกันทั้งนั้น!!! (คิดไปได้..เฮ้อ)"

(เริ่มขำแบบ อดไม่อยู่ ตลกมากๆ จะจินตนาการไปถึงไหนเนี่ย 555)

สุดท้ายก็ไม่มีอะไร รอให้เค้าโทรมาวันนี้ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าญาติฝ่ายไหน แล้วโทรมาทำไมหว่า..)

พอดีว่าเป็นครอบครัวคนจีน ญาติเยอะมาก ถ้าให้โทรเช็คคงเปลืองค่าโทรศัพท์น่าดู 555

พอพี่ๆ ที่บริษัทรู้ว่าไม่ใช่พ่อ ก็ฮาตรึม (ใครว้า.. 5555) บอกเรื่องนี้กับคนที่บ้านก็ฮากันตรึม 555

 

 ก็เลยโทรไปถามพ่อ.. อีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าไม่ได้โทรไป..

พ่อ : "ไม่ได้โทรไป.. ไม่รู้จักเบอร์บริษัทด้วยซ้ำ แล้วก็รู้อยู่แล้วว่าหยุด"

เรา : "555 สงสัยญาติโทรไปบริษัท (แต่ก็ไม่รู้ใคร เพราะไม่ได้ถามชื่อเหอะๆๆ)"

 

คำเตือน เวลาใครโทรมาก็ถามนิดนึงว่า "ชื่ออะไร" เพื่อเป็นการยืนยันตัวคนที่โทรมา..

(พระเจ้า ไม่มีใครถามรึไงเนี่ย สมมุติว่ามาติดต่องานแต่โทรมาหาญาติก่อน คงไม่ได้งานไปแน่ๆ เหอะๆๆ)

 

เรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็ทำให้เป็นเรื่องจนได้ 555 (ขำจริงๆ) แค่ไม่ไปบริษัทวันเดียวเป็นเรื่องเลยหร๋อเนี่ย..

ความจริงไม่ว่าจะดีหรือร้ายยังไง ก็ควรที่จะบอกไปว่าไม่อยู่ ไม่ได้มา ป่วย ไม่ใช่บอกว่าออกไปทำงานข้างนอก

แล้ววันนี้จะโทรมามั้ยหว่า สงสัยคงไม่โทรมาแล้วล่ะ..

 

ปล.บางคนคิดว่าหนีออกจากบ้านแล้วไม่โทรบอกที่บ้าน (ประมาณนั้น..)

คิดไปได้ไง ไอ้เราก็แต่งตัวเชยๆ ถ้าจะไปไหนก็บอกที่บ้านก่อนเป็นอันดับแรก

(ขนาดกินข้าวนอกบ้าน กลับบ้านดึก ไปเที่ยว มีงานเลี้ยง ฯลฯ

ก็บอกคนที่บ้านทั้งนั้น ยังไงก็ต้องรู้ว่าอยู่ที่ไหนจะได้ไม่เป็นห่วง)

 

คนเรา คิดกันไปได้... เฮ้อ... ขำจริงๆ คิดแต่ละอย่าง

-หนีไปอยู่กับแฟน (ซึ่งไม่เคยมีเลย)

-หนีเที่ยวกลางคืน (เท่าที่จำได้ ไม่เคยไปคนเดียวตั้งแต่เกิดมา เคยไปกับแม่และญาติๆ เมื่อตอน 5 ขวบ)

-หนีเที่ยวไปกับเพื่อน (ถ้าอย่างงั้นคงบอกไปแล้ว จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง)

-หนีออกจากบ้าน (ไปกันใหญ่แล้ว 555)

แต่ก็ขอบคุณที่หวังดีจริงๆ 555

วันสุดท้ายแห่งการหยุดยาว (อยากไปดูหนังๆๆๆๆ )

เมื่อวันจันทร์ไปซื้อหนังสือที่สัปดาห์หนังสือมาเป็น set เรื่อง เซวีน่า.. (ชอบอย่างแรง )

แล้วก็บังเอิ๊ญ บังเอิญ เริ่มอ่านเล่มแรกวันจันทร์ พอคืนวันศุกร์ ก็ได้อ่านเล่ม 2 ปาเข้าไปหน้า 83

พอขึ้นหน้า 84 เท่านั้นแหละ หายเกลี้ยง (หายแผ่นคู่ ทั้งหมดหายไป 6 หน้า )

อยากจะร้องดังๆ ว่า

"โอ้แม่เจ้า!! ต้องกลับไปเปลี่ยนหนังสืออีกแล้ว ม่ายอยากไปเลยอ่าาาา...~~~ "

 

จึงอยากจะเตือนคนที่ไปซื้อหนังสือทั้งหลายว่า

เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง (ไม่ต้องกลับไปรอบ 2)

ขอให้เช็คหน้าให้เรียบร้อยก่อนที่จะออกจากร้านจะดีที่สุด

แต่ถ้าซื้อมาเยอะขอให้หาที่นั่งแล้วเช็ค เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับมาใหม่

เสียทั้งเงิน (ค่ารถ) และเวลา (กะไปดูหนังเลยอดเลย )

 

สมมุติว่าต้องเอาหนังสือไปเปลี่ยนแต่งานสัปดาห์หนังสือหมดไปแล้ว

ต้องแจ้งไปที่สำนักพิมพ์อย่างเดียวใช่มั้ยเนี่ย (ใครอยากจะไปกันเล่า..)

แล้วถ้าเป็นคนต่างจังหวัดอยู่ไกลๆ เกิดมาไม่ได้ขึ้นมา แย่เลยง่ะ..

 

ทำให้ตัวเองรู้ว่า เช็คของก่อนเป็นดีที่สุด และอย่าลืมขอใบเสร็จด้วย

จะได้เปลี่ยนหนังสือได้โดยไม่มีปัญหาอะไร.. เมื่อซื้อหนังสือเสร็จแล้วเกิดอยากไปเช็คที่บ้าน

ขอให้เก็บใบเสร็จนั้นไว้ก่อนอย่าพึ่งทิ้งจนกว่าจะแน่ใจแล้วว่าหนังสือที่คุณซื้อกันมาหน้าครบจริงๆ

(ตอนนี้ขนาดครบจริงๆ ยังไม่กล้าทิ้งเลย เก็บเป็นขยะเต็มบ้านแน่ๆ เรา 555+)

แต่ถ้าเกิดหน้าหายจริงก็ต้องกลับมาใหม่ สุดแล้วแต่จะพิจารณา..

ส่วนใบเสร็จของ "แจ่มใส" จะมีข้อความ "ไม่รับเปลี่ยนคืน" อันนี้หมายความว่าไงหว่า..

สงสัยถ้าหน้าหายไม่รับเปลี่ยนคืนหร๋อ (เพ่น้อง..) (แต่ขออย่าให้เกิดขึ้นกับใครอีกเลย..)

กำลังอ่านเพลินๆ หน้าหาย อารมณ์หาย เซง 555+ (แทบจะนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว )

 

จึงขอเตือนด้วยความหวังดี... จากใจจริง... ...DongKem...

edit @ 25 Oct 2009 18:17:03 by DongKem

ไม่สปอย..

เพราะบางคนไม่ชอบ (แต่ก็แค่มาพิมพ์เอามันเพราะส่วนใหญ่ก็น่าจะดูจบกันไปแล้ว..)

เพราะจำไม่ได้ (เล่นดู 2 เรื่องนี่นา.. )

 

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ.. (เรท ทั่วไป)

ดูเพราะชอบโอปอล (แค่นั้น 555+ )

พี่เคนก็อย่างว่า (ขอเอาคำในหนังมานะ) หล่อทะลุแป้ง 555+

ส่วนนางเอก (คริส หอวัง) ก็เล่นได้ซะ....น่ารักมากๆ เลย (อิจฉานะพี่น้อง 555+)

แต่ชอบสุดคงเป็นอาม่า.. (พูดแต้จิ๋วที คนอื่นแปลไม่ได้ แต่เราแปลได้ ฮาอย่างแรง 555+)

 

ปล.ในหนังจะมีแม่ที่คอยแปลให้แต่ในความรู้สึกถ้าเราแปลเองฮากว่า 555+

นั่งขำอยู่คนเดียวคนอื่นเงียบ 555+

เป็นภาพยนต์ที่ดูไปยิ้มไปได้เลยทีเดียว แต่...!!!!

ทำไมโฆษณาตัวอย่างหนังถึงได้เอาหนังเรท 18+ มาซะนี่..

คนฉายคิดอะไรอยู่ อยากโฆษณาอย่างเดียวจนไม่สนใจว่าเด็กๆ 6, 7 ขวบเค้าไปดูด้วยนะ..

(น่าต่อว่าจริงๆ เล๊ย) เล่นฉาย "เฉือน" กับ "มหาลัยสยองขวัญ" โอ่ย...เด็กๆ ก็ขวัญผวาสิพี่น้อง..

แต่ก็เข้าใจว่าคนดูเยอะ ก็น่าเห็นใจแต่ก็น่าจะแก้ปัญหาแบบนี้นา..

(ถึงผู้ใหญ่จะให้เด็กหลับตาแล้วก็นะ.. จบดีกว่า)

 

เรื่องย่อขอแนะนำให้ไปหาใน Google (เพราะกลัวย่อไปย่อมาสุดท้ายก็บอกหมด 555+)

เป็นหนังที่ขำได้ทั้งเรื่อง ซึ้งดี แต่ไม่ถึงกับเสียน้ำตา..

(อาจเป็นเพราะดูซีรี่ย์เกาหลีก่อนไปดูหนังเป็นได้..)

พอดีซีรี่ย์เศร้าเกิ๊น.. (ร้องให้ทุกฉากเลย..)

เนื้อเรื่องของภาพยนต์เรื่องนี้คิดว่า ดี สนุก ครบรส แต่เหมือนจะขาดอะไรไปซักอย่าง..

เหมือนการ์ตูนไปหน่อย คิดว่าน่าจะทำพื้นหลังให้เคลื่อนไหวแทนภาพนิ่ง

ฉากที่ เหมยลี่ สะใจ กระชากใจ เสียใจ ฯลฯ น่าจะดีกว่าอ่ะ..

มันเป็นภาพนิ่งที่มีพื้นหลังเหมือนการ์ตูนเลย..

ถ้าทำเป็นภาพเหมยลี่ สะใจ (เยส (ท่าดีใจมาตรฐานที่กำมือ))

แล้วมีพื้นหลังเป็นการ์ตูน หรือไม่มีก็น่าจะดีกว่า..

เลยให้ไม่ถึง 10 ให้ 8/10 (หุๆๆๆ)

กับโอปอลออกน้อยและน้องเพื่อนข้างบ้าน (จำชื่อในหนังและนอกหนังไม่ได้ ใช่ เพลิน รึป่าวหว่า??)

กวนน้อยไปนิดเลยไม่ให้เต็ม 10 555+

อ้อ มีพี่อ้อย (สมูทอี) ด้วยออกมาฉากเดียวเห็นหน้าปุ๊ปฉากแรก ฮากระจาย แต่คนอื่นนั่งเงียบ 555+

(ก็ชอบเป็นการส่วนตัว เห็นหน้าตาแล้วขำได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย )  ออกน้อยไปมากๆ ด้วย..

 

แล้วก็บ้านนางเอกอยู่ไหนเนี่ย (ไม่ใช่เจริญนครรึไง ทำไมนั่งรถแปลกๆ)

ที่ทำงานคุ้นมากๆ (ซึ่งอาจจะจำผิดว่าอยู่ถนนนราธิวาสฯ ใกล้ ถ.พระราม 3 อันนี้คิดไปเอง)

เพราะนางเอกนั่งเรือด่วนคลองแสนแสบด้วย (ที่ทำงานอยู่ไหนอ่ะเจ๊ งงมากๆ เลย จะไปนั่งทำไม)

เพราะนั่งแท็กซี่ (ก็เห็นปกติ) นั่งมอไซด์ (ก็ยังปกติอยู่ แต่เจ็บแทนตอนเข่าไปโดนรถยนต์เนี่ยสิ หูย..เจ็บ )

นั่ง BTS (ก็ตามชื่อเรื่องแต่มาหานะเธอตรงไหนว่า.. หรือว่าตั้งให้มันพ้องเสียงเท่านั้น )

อ้อ มี 2 แถวด้วย (นั่ง 2 ฉาก หุๆๆ ถ้ามีคนอย่างแจ๊กขึ้น 2 แถวแบบนั้น

คงลงแล้วรอคันใหม่ดีกว่า ทนบ่ได้)

 

ส่วนที่ไม่ได้นั่งก็มี

รถเมล์ (กองถ่ายคงลำบากน่าดู เหอะๆๆ รถติดเกิน..) ขอแก้ไขตาม คห. 1

MRT (ใต้ดิน) คงจะไม่ตรงกับชื่อเรื่องหนัง

 

เรื่องนี้ใครคิดว่าไม่คุ้ม ไม่สนุก หนังอะไรเนี่ย ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่า ใครว้า..คิดแบบนี้..

ถือซะว่าอุดหนุนหนังไทยที่น่าดูอีกเรื่อง (ไม่ผิดหวังนะ แต่ถ้าไม่ชอบนักแสดงก็อย่าไปดูเลย [ประชด])

-เนื้อเรื่อง (คิดไปเองว่า... ดี)

-ภาพ (คิดเอาเองว่า... สวยมากฉากที่นางเอกดูดาวหาง ชอบสุดๆ เลย)

-นักแสดง (ชอบมากๆ ถ้าไม่ได้ชุดนี้เล่นแล้วให้คนอื่นเล้นไม่รู้จะชอบเท่านี้รึเปล่านา..)

 ไม่รู้ว่าตอนขึ้นชื่อนักแสดงจะมีอะไรให้ดูอีกรึเปล่านา.. เพราะรีบออกไปซื้อตั๋วอีกเรื่องง่ะ...

(ถ้าออกแผ่นคงดูอีกรอบ 555+ ชอบเป็นการส่วนตัว)

 

Law Abiding Citizen (เรท 18+)

เนื้อเรื่องก็ทำนองฆ่าล้างกัน (ไม่เอาแก้แค้น..) ประมาณนั้น มีฉากโหดๆ ก็นิดหน่อยแต่เด็กไม่ควรดูจริงๆ

เช่น ฉากพระเอกเอาเลื่อยไฟฟ้ามาเฉือนขา (เลือดกระฉูด 555+),

ฉากโดนแทงตั้งแต่แรก (ไม่โหดแต่ก็.. ไ่ม่ควรเลียนแบบ มีดมันเข้าไปแบบนิ่มๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่า.. เจ็บ..),

ฉากที่ได้ดูวีดีโอเฉือนของพระเอก (ในหนังไม่ใช่เรื่องใหม่ของหนังไทยนะ)

ฉากเพื่อนร่วมห้องขังโดน... (ชอบที่เลือดพุ่งและกระจายเยอะ ใช้อะไรมาทำหว่า..) เป็นต้น

 

เนื้อเรื่องกระชับมาก แต่จบไม่สวย (แต่ภาพสวยมาก 555+)

ก็อย่างว่า ใครทำผิดก็สมควรลงโทษ (ฉากที่มีไฟลุกตอนสุดท้าย สวยมากๆ เลย เท่ห์อย่างแรง)

ถึงกฏหมายจะเอาไม่อยู่ แต่ก็ไม่ควรเลียนแบบในหนังอยู่ดี (จริงจังนะเนี่ย)

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การแก้แค้นไม่ช่วยอะไร

แต่ประโยคที่คุยกันประมาณว่า.. "ครอบครัวไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว"

ฟังแล้วโหย.. สมควรเชือดแล้วล่ะ.. แต่ตอนจบทำไม.. จบเีงี้ยนะ

รับไปเลย 7.5/10 (ตื่นเต้นทั้งเรื่องยกเว้นตอนจบ จบแบบอื่นไม่ได้รึไงว้า..)

นึกว่าออกมาแล้วจะได้อารมณ์สะใจกลับไป นี่มัน.. อะไรว้า..

 

ที่ต้องดูรถไฟฟ้าก่อนเพราะฉายเร็วกว่า ไม่งั้นคงดู Law Abiding Citizen ก่อนแล้ว..

กลับบ้านไปจะได้อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย เสียดายไม่ได้ดูตอนขึ้นชื่อนักแสดง (รถไฟฟ้ามาหานะเธอ.. น่ะ)

สงสัยต้องรอแผ่นแล้วล่ะสิ..

 

ปล.พิมพ์ตามอารมณ์ไม่ได้เน้นให้เข้าใจหรือความสวยงาม เพราะให้ตัวเองเข้าใจเอง เหอะๆๆ

ปล.2 คะแนนที่เห็นนั้นมาจากความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้อ้างอิงจากสถาบันใดๆ ทั้งสิ้น..

และไม่ใช่นักวิจารย์ แค่อยากใส่คะแนนที่ชอบเท่านั้น

ไม่แนะนำให้ดูตามคะแนนแล้วค่อยไปดูว่าหนังเรื่องนั้นได้เท่านี้จริงหรือ ??

 

เพราะความชอบของแต่ละคนต่างกัน อยากรู้ว่าสนุกมั๊ยต้องเห็นด้วยตา.. อย่าสัมผัสด้วยคะแนนของคนอื่น

edit @ 25 Oct 2009 18:13:43 by DongKem